Interlude#2 เมื่อผมเจอหมี
posted on 25 Apr 2010 18:17 by thinkz in life
1.
การที่จะได้มาใช้ช่วงหนึ่งของชีวิตในประเทศจีน
มันเป็นความฝันอย่างนึงในชีวิตของผมเลยนะ (จากทั้งหมด 72 อย่าง เยอะไปมั้ย?)
เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ทั้งๆที่ตอนนั้นใครๆต่างก็แห่ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกเรียนภาษาจีน
คงเพราะผมเป็นลูกหลานคนจีนรุ่นที่ี 3 (ที่แทบไม่มีใครพูดจีนกันแล้ว)
คงเพราะผมชอบดูหนังจีน
คงเพราะผมชอบประวัติศาสตร์จีน
คงเพราะจีนจะเจริญ เป็นประเทศมหาอำนาจ
คงเพราะจีนมีประชากรเยอะ มีกำลังซื้อสูง
และคงเพราะอะไรอีกหลายๆอย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจเรียนภาษาจีน
โดยที่ยังไม่รู้ว่า ในวันข้างหน้าอั๊วจะได้ใช้ภาษาจีนตอนไหนวะ
อากงกรูก็พูดแต้จิ๋ว = ="
2.
บ่ายแก่วันหนึ่ง ผมรับโทรศัพท์
"สวัสดีค่ะ ดิฉันโทรจาก บริษัท.....นะคะ ไม่ทราบว่ากำลังเรียนสาย คุณพลกริช รึเปล่าคะ"
"ใช่ครับ"
ผมตอบสั้นๆ ขณะกำลังง่วงอยู่กับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้น ผ่านหน้าจอคอมฯ
"ค่ะ พอดีจาก resume ที่ทางคุณส่งมา เห็นว่า คุณพลกริช ใช้ภาษาจีนได้..."
บนจอคอมตัวหนังสือแสดงการซื้อขายหลักทรัพย์ วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผมนิ่งไปชั่วครู่....
นี่เป็นครั้งแรก ที่มีบริษัทโทรมาหาผมเพราะคุณสมบัติภาษาจีน
".....พอดีทางเราต้องการคนที่สนใจไปทำงานที่ประเทศจีนค่ะ
เป็นงานด้านการตลาดและถ้าคุณพลกริชสนใจ......."
3.
จากบ่ายวันนั้น วันนี้ผมเรียกได้ว่าเป็น expat คนไทยที่อายุน้อยที่สุดคนนึงในเมืองจีน
(เวอร์ไปป่าววะ? แต่ส่วนใหญ่เค้าก็ 30 ขึ้นกันนะ)
ก็ได้มาประจำยังนครเซี่ยงไฮ้ เมืองที่ถูกขนานนามว่าว่า "นครปารีสแห่งตะวันออก"
เมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มมหานครไฮโซอันดับ 5 ของโลก
รองจาก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก ลอนดอน และ ปารีส
บริษัทที่ผมตัดสินใจเข้าร่วมงานเป็นบริษัทไทยแห่งแรกที่เข้ามาลงทุนในจีน
และประกอบกิจการครอบจักรวาล ตั้งแต่ อาหารสัตว์ การเกษตร แปรรูปอาหาร
ร้านค้าปลีกสีเขียวส้มที่มีทุกซอกซอย มือถือค่ายสีแแดง หรือแม้กระทั่งรายการเรียลลิตี้โชว์
ร้านค้าปลีกสีเขียวส้มที่มีทุกซอกซอย มือถือค่ายสีแแดง หรือแม้กระทั่งรายการเรียลลิตี้โชว์
(ไม่เอ่ยชื่อบริษัทละกัน เดี๋ยวหัวหน้ามาเจอจะหาว่านินทาบริษัท 55)
สายงานที่ผมอยู่คือ Business Alliance and Development ครับ
ซึ่งเป้าหมายหลักอันหนึ่งงานก็คือ การสร้าง Branding โดยใช้ Lifestyle entertainment เป็นเครื่องมือ
ธุรหลักที่เมืองจีนของบริษัทที่ผมเกี่ยวข้องคือกิจการค้าปลีก Hypermarket
(ซึ่งในเมืองไทยขายให้ Tesco ไปแล้ว)
อาจจะฟังดูเป็นงานไม่ยาก เพราะทั้งเรื่อง branding และ lifestyle entertainment
ต่างก็เป็นเรื่องที่เราเคยชิน และพบเจอกันได้แทบทุกวันในประเทศไทย
แต่ที่นี่ประเทศจีน ทั้งเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และวัฒนธรรมต่างๆไม่เหมือนกับที่เมืองไทย
เรื่องที่อาจดูง่ายก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ

0.2
"แล้วคุณก็เลยตัดสินใจมาเมืองจีน?"
เจ้าหมีเอ่ยถาม ขณะกำลังใช้มืออวบขนปุยยกถ้วยชาร้อนจ่อหน้า แล้วทำจมูกฟุดฟิด
"ใช่....ผมคิดอยู่นาน ว่าจะมาดีหรือเปล่า
เดิมทีผมสนใจหลายๆอย่างที่เป็นจีนอยู่แล้ว ทั้งประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน แล้วก็อนาคต
หลังเรื่องวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ใครๆต่างก็บอกว่าจีนจะเป็นมหาอำนาจ
ใครๆก็อยากมาจีน แย่งกันเรียนภาษาจีน พ่อแม่จับลูกเรียนจีนกันตั้งแต่ 5 ขวบ
แรกๆผมก็ตั้งใจเด็ดเดี่ยวดีอยู่หรอก ว่ายังไงหลังเรียนจบก็ต้องมาจีน
ไม่มาเรียนภาษาซักปี ก็มาเรียนต่อโทที่นี่
แต่การมาทำงานที่นี่เป็นเรื่องที่ผมคิดไม่ถึงจริงๆ......"
ผมยกถ้วยชาของผมขึ้นมาบ้าง พลางลองดมควันกรุ่นเลียนแบบเจ้าหมี
อืมมม...ชาจีนนี่มันหอมดีจริงๆ
"เอาเข้าจริงพอต้องเลือกก็ชักไม่แน่ใจ
ผมเคยมาอยู่ที่นี่เพื่อเรียนภาษาจีนกับเพื่อนๆก็จริง
แต่มันก็แค่เดือนเดืยว ผมไม่เคยห่างจากบ้านนานกว่าเดือนมาก่อน
ผมเป็นคนติดเพื่อน มาอยู่นี่นานๆผมคงเหงา คงไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อน
ไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ไม่ได้เตะบอลทุกอาทิตย์
และคงคิดถึงบ้านมากแน่ๆ .....
ผมรู้ตัวว่าภาษาจีนผมยังไม่แข็งแรงพอที่จะสื่อสารเรื่องธุรกิจกับคนจีนได้
คงต้องมาเรียนกันอีกเยอะ แล้วอีกอย่างคุณคงเคยได้ยินว่าคนจีนฉลาดแกมโกง
การทำงานกับคนจีนเป็นอะไรที่ผมหวั่นอยู่ลึกๆเหมือนกัน อะไรๆคงไม่เหมือนที่เมืองไทย"
หลังจากปล่อยให้ผมพูดยาว เจ้าหมีมองผมด้วยตาเล็กสีดำอย่างสงสัย
"แล้วสุดท้าย ทำไมคุณถึงตัดสินใจมาทำงานที่นี่ล่ะ?"
"ตอนนั้นยิ่งคิดมากผมก็คิดไม่ตก ใจนึงก็อยากมาจีน อีกใจก็อยากอยู่ไทย
สุดท้ายผมถามตัวเองง่ายๆว่า ถ้าวันนี้ผมไม่ไปจีน อีกยี่สิบปีมองย้อนมา ผมจะเสียดายรึเปล่า?
โอกาสแบบนี้ผมคงมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต"
"แล้วคุณก็เลยเลือกที่จะมา ทั้งๆที่ยังลังเล"
"ก็ทำนองนั้น ถ้ามาแล้วสมหวังมันก็ดีไป ถ้ามาแล้วผิดหวัง อย่างน้อยก็ยังได้มา ได้รู้
อีกยี่สิบปีจะมาโทษตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมตอนนั้นกูไม่มาวะ"
เจ้าหมีพยักหน้าสองสามที แล้วจับตะเกียบพยายามคีบขนมจีบกุ้ง
ผมรู้สึกขำเล็กน้อย เพราะดูแล้วมืออูมๆของเจ้าหมีดูท่าจะจับตะเกียบไม่ถนัดเท่าไหร่
หนีบหล่นๆอยู่สองสามที ก่อนจะคีบขนบจีบเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆได้ในที่สุด
เอ๊ะ!...ว่าแต่ผมยังไม่ได้ถามเจ้าหมีเลยนี่ ว่ามาทำอะไรที่เซี่ยงไฮ้
TenTz
Tags: bear wish, china, shanghai1 Comments
